1 Litre Of Tears :: บันทึกน้ำตา 1 ลิตร
posted on 11 Oct 2008 17:36 by amily in MOVIE
มินนะซัง ~ คอนนิจิว้าาาาา ~ !!!
ไม่ได้พบกันสะนานเลยนะคะ ^^
วันนี้กลับมาพร้อมกับ THEME ใหม่ค่า !!!
ใครไม่เห็น Theme ใหม่ คลิ๊ก F5 เลยนะจ๊ะ ^^
Theme นี้ชื่อ Theme
"Miracle Of Life" คะ
โดยใช้ภาพจากเรื่อง Aria จ๊ะ
เป็นเรื่องที่อ่านแล้วรู้สึกชอบมากๆเลยละคะ
ชอบแบบว่า อ่านแล้วสบายใจ แล้วก็ได้ข้อ
คิดอะไรดีๆกลับมาตั้งมากมายเลยละคะ ^^
Theme นี้แอบมีเล่น Brush เยอะไปนิ๊ดหนึง
แต่ก็คงไม่รกตาไปนะคะ
[เจ้าของ Blog ชอบอะไร รกๆคะ 555+]
สำหรับ Entry วันนี้ก็เกี่ยวกับเรื่อง ...
1 Litre Of Tears
"บันทึกน้ำตา 1 ลิตร"
เรื่องย่อ
ละครเรื่อง บันทึกน้ำตา 1 ลิตร
( 1 Litre of Tears ) สร้างขึ้นมาจาก
ไดอารี่ 1 Litre of Tears ที่
คิโตะ อายะ เด็กผู้หญิงที่ต่อสู้กับโรคร้าย
มาตลอดได้บันทึกไว้ เป็นหนังสือที่เอา
ไดอารี่ของเธอทั้ง 46 เล่มมาสรุปและ
พิมพ์จำหน่ายในชื่อ 1 Litre of Tears
ที่ทำให้ทุกคนประทับใจ และจำหน่าย
ได้ถึง 1.2 ล้านเล่ม และหลังจากที่ละคร
เรื่องนี้ฉายเป็นละครแล้ว ยอดจำหน่าย
ได้เพิ่มขึ้นถึง 1.8 ล้านเล่ม ตอนสิ้นปี 2548
และไดอารี่ 1 Litre of Tears
นี้ยังได้สรุปบันทึกที่ คิโตะ ชิโอกะ
แม่ของอายะ เขียนเอาไว้ใน
เรื่อง "อุปสรรคของชีวิต"
รวมอยู่ในไดอารี่ 1 Litre of Tears
นี้ด้วย และวันที่ 23 พฤษภาคม 1988
อายะทิ้งความประทับใจเอาไว้ในโลกนี้
และเดินทางสู่สรวงสรรค์ รวมอายุได้ 25 ปี
ละครเรื่อง บันทึกน้ำตา 1 ลิตร
( 1 Litre of Tears ) นี้ เป็นละครชีวิต
ที่ให้กำลังใจกับคนญี่ปุ่นสมัยนี้
โดยในละครเรื่องนี้ ได้แทนนามสกุลจริง
คิโตะ เป็นนามสกุล อิเคอูจิ
"ฉันมีชีวิตต่อเพื่ออะไรกันนะ" นี่คือประโยคหนึ่งจาก
ไดอารี่ 46 เล่มที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเขียนไว้
ตลอดระเวลาที่ต่อสู้กับโรคร้ายที่ไม่มีทาง
รักษานี้ คิโต อายะ เกิดปี 1962 เป็นโรคที่ชื่อว่า
Spinocerebellar Degeneration
ซึ่งไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดในตอนอายุ 14 ปี
เป็นโรคที่รักษาได้ยาก อาการของโรค
จะทำให้สมองส่วนการรับรู้จะยังทำงาน
เป็นปกติ แต่จะค่อยๆ เสื่อมลง และ
ควบคุมร่างกายไม่ได้ไปทีละอย่าง
ซึ่งไดอารี่ทั้ง 46 เล่มนี้ ก็คือบันทึกการต่อ
สู้กับโรคตั้งแต่เริ่มมีอาการ จนถึงตอน
ที่อายะไม่สามารถควบคุมแขนของ
ตัวเองให้เขียนได้ เสมือนเป็นเสียง
ตะโกนที่ร้องขอการมีชีวิตอยู่ต่อ
จากส่วนลึกของหัวใจเธอ
"โรคนี้ทำไมถึงเลือกฉันนะ"
นี่คืออีกประโยคหนึ่งจาก ไดอารี่ 46
เล่มที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ทั้งๆ ที่เป็นโรค
ที่รักษาไม่หาย แต่ก็ยังพยายามที่จะ
มีชีวิตอยู่ต่อไปกับโรคร้ายนั้น ทุกๆ
วันที่ถูกรายล้อมไปด้วยความรักทั้ง
ของครอบครัว คนรัก และเพื่อนๆ
ที่คอยช่วยเหลือ ร้องไห้และหัวเราะด้วยกัน
อยากใช้ชีวิตกันต่อไป เป็นละครชีวิตที่ให้
กำลังใจกับคนญี่ปุ่นสมัยนี้

"ร้องไห้เสียน้ำตาไปหนึ่งลิตร" เป็นอีกคำ
พูดหนึ่งที่ คิโตะ อายะ ได้พูดกับ
เพื่อนร่วมชั้นมัธยมปลาย ตอนที่
จะลาออกจากโรงเรียนไปอยู่ที่
โรงเรียนคนพิการ เนื่องจากไม่อยาก
ทำให้เพื่อนทุกคนในห้องต้องลำบากใจ
เพราะเพื่อนๆ ในห้องส่วนใหญ่กลัว
จะเรียนไม่ทัน จะสอบต่อมหาวิทยาลัยไม่ได้
เพราะอาจารย์ต้องสอนช้าลง เพื่อให้
อายะ สามารถจดตามได้ทัน
เนื่องจากเมื่อ อายะ เป็นโรคนี้แล้ว
ช่วงแรกก็ยังพอเดินได้ปกติ แต่หลัง
จากนั้นก็เดินได้ยากขึ้น จนในที่สุดเวลา
จะเดินต้องนั่งรถเข็น และเวลาเขียนก็
ไม่สามารถเขียนได้เร็วเท่าคนปกติ
โดยที่จริงๆ แล้ว อายะ ไม่อยากจะ
ไปที่โรงเรียนคนพิการ แต่อยากจะ
อยู่ที่โรงเรียนกับเพื่อนๆ แต่ก็ไม่อยาก
ให้เพื่อนต้องลำบากเพราะตนเอง
จึงได้ตัดสินใจลาออก โดยที่เธอได้
บอกกับเพื่อนๆ ว่า กว่าเธอจะตัดสิน
ลาออกได้ ต้องนอนร้องไห้เสียน้ำตา
ไปหนึ่งลิตร
โรค Spinocerebellar
Degeneration คือโรคที่ยังไม่
สามารถรักษาได้ อาการของโรคจะ
ทำให้สมองส่วนการรับรู้ จะยังทำ
งานเป็นปกติ แต่จะค่อยๆเสื่อมลง
และควบคุมร่างกายไม่ได้ไปทีละอย่าง
ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้แต่ละคนจะแตกต่างกันไป
บางคนเมื่อเริ่มเป็นโรคนี้อาการจะค่อยๆ
เป็นหนักขึ้นอย่างช้าๆ แต่สำหรับบางคน
อาการของโรคทรุดหนักลงอย่างรวดเร็ว
โดยเริ่มทำให้ขาเดินได้ลำบาก
จนต่อมาจะเดินไม่ได้
แขนและมือที่เคยจับเขียนได้ ก็จะค่อยๆ
จับและเขียนลำบาก จนสุดท้ายก็
จะเขียนไม่ได้ การรับประทานอาหาร
ก็จะลำบากขึ้นและจะสำลักบ่อยครั้ง
บางคนอาจถึงตายได้เนื่องจากอาหารติดคอ
ผู้ป่วยจะต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิดอยู่เสมอ
เพราะยิ่งอาการหนักขึ้นเท่าไหร่
ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เองมากขึ้นเท่านั้น
เป็นโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่
ชัดว่าเกิดจากอะไร และยังไม่สามารถ
รักษาจนถึงปัจจุบัน ทำได้เพียงพยายาม
ชลอให้อาการทรุดหนักช้าลงเท่านั้น
รายชื่อนักแสดง
เอริกะ ซาวาจิริ รับบท อิเคอุจิ อายะ ( คิโตะ อายะ )
นิกิชิโดะ เรียว รับบท อะโซ ฮารูโตะ
ยากูชิมารุ ฮิโรโกะ รับบท อิเคอุจิ ชิโอกะ
จินนะอิ ทาคาโนะริ รับบท อิเคอุจิ มิซึโอะ
นาโอะฮิโตะ ฟุจิกิ รับบท มิซึโนะ ฮิโระชิ
นารุมิ ริโกะ รับบท อิเคอุจิ อาโกะ
Credit :: http://movie.sanook.com/drama/drama_14159.php
:: COMMENT ::
เป็นเรื่องที่ดูแล้วรู้สึกได้เลยละคะว่า
ชีวิตนะเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุดเลยละคะ
เป็นหนังที่ให้กำลังใจได้ดีมากๆเลย
เรื่องราวเป็น แนวดราม่า คะ เลยออกจะ
เศร้าตลอดทั้งเรื่องเลย แต่ว่าก็ใช่ว่าเรื่อง
นี้จะได้แต่น้ำตากลับไปนะคะ ฟ้าคิดว่า
คนที่ได้ดูเรื่องนี้ต้องได้อะไรดีๆกลับไปเยอะ
เเยะแน่นอนเลยละคะ ^^
เป็นหนังที่อยากแนะนำให้เพื่อนๆดู
กันมากๆเลยละคะ
ความจริงแล้ว ฟ้าแอบชอบรอยยิ้มของนางเอก
เรื่องนี้มากๆเลยละคะ เป็นรอยยิ้มที่เห็นแล้ว
แบบว่า น่าร๊ากกกกกกกก เป็นรอยยิ้ม
แห่งกำลังใจเลยทีเดียวละคะ >w<
ถ้าเพื่อนๆว่างกันแล้วยังไงก็ลองหา
มาดูกันให้ได้เลยนะคะ ^^
:: Music TodaY ::
สำหรับโซนเพลงวันนี้
ขอมอบให้กับเพลงของเรื่อง
1 Litre of Tears ค่า ~!!
Only Human - K
เป็นเพลง Ending ของเรื่องนี้คะ
ตอนที่ได้ยินเพลงนี้แล้วดูไปพร้อมกับ
ภาพที่ปรากฏขึ้นมา มันทำให้
รู้สึกเศร้าจริงๆเลยละคะ
มีท่อนหนึ่งที่ฟ้าชอบมากที่สุด
เลยก็คือ ..
"ไม่ใช่เพื่อวิ่งหนี แต่เพื่อวิ่งตามความฝัน"
ลึกซึ้งจริงๆเลยละคะ ^^
lyrics
kana shi mi no mu ko u kishi ni hohoe mi ga a ru to i u yo
kana shi mi no mu ko u kishi ni hohoe mi ga a ru to i u yo
ta do ri tsu ku so no saki ni wa nani ga boku ra wo ma- te ru
ni ge ru ta me gya na ku yume wo u ta me ni
tabi ni te ta ha zu sa to- i natsu no a no hi
asita sa e mi e ta na ra ta me i ki mo na i ke do
naka re ni saka ra u fune no yo- ni
ima wa mae he susume
kuru shi mi no tsu ki ta basho ni shiyawase ga matsu to u yo
boku wa ma da saka shi te i ru kisetsu ha zu re no hi nawari
ko bu shi nigi ri shi me asahi wo ma te ba
aka i tsume a to ni namida ki ra ri o chiru
kodoku ni mo na re ta na ra tsukia ka ri tayo ri ni
hame na ki tsubasa de tobi ta to
mo-to mae he susume
ame kumo ga ki re ta na ra mu re ta michi ka ga ya ku
nami da ke ga hoshi e te ku re ru tsuyoi tsuyoi hikari
tsuyo ku mae he susume
คำแปล
อีกฟากฝั่งของความเศร้า มีบางสิ่งที่เรียกว่ารอยยิ้ม
ทว่า กว่าเราจะไปถึงที่นั่น ไม่รู้จะมีอะไรรอเราอยู่
"ไม่ใช่เพื่อวิ่งหนี แต่เพื่อวิ่งตามความฝัน"
เราควรจะออกเดินทาง ตั้งแต่ฤดูร้อนที่ห่างไกลวันนั้น
หากมองเห็นวันพรุ่งนี้แล้ว ไม่แม้จะพักถอนหายใจ
ราวกับเรือทวนกระแสน้ำ
ตอนนี้มีเพียงก้าวไปข้างหน้า
ในที่ซึ่งไร้ความเจ็บปวด มีสิ่งที่เรียกว่าความสุขรออยู่
ฉันยังคงค้นหา ดอกทานตะวันซึ่งบานยามสิ้นฤดู
หากรอคอยรุ่งอรุณด้วยการกำหมัดแน่น
หลังจากเล็บถูกย้อมเป็นสีแดงแล้ว น้ำตาก็ส่องประกาย
หากคุ้นเคยกับความโดดเดี่ยวแล้ว
อาศัยเพียงแสงจันทร์ โบยบินด้วยปีกที่ไร้ซึ่งขนนก
ก้าวเดินต่อไป
หากตัดผ่านเมฆฝนแล้ว ทางที่เปียกส่องแสงระยิบระยับ
มีเพียงความมืดนำทาง
แสงแรงกล้า
ก้าวเดินอย่างเข้มแข็ง
จบไปแล้วกับเรื่องน้ำตา 1 ลิตรนะคะ ^^
ก่อนจะจากกันไป ขอทิ้งภาพไว้สักภาพนะจ๊ะ ~

ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไร
ชอบวาดผมคนมากๆเลยละคะ
คิดไว้ว่า ... แค่คิดนะ = ="
ว่าจะลองเอาภาพนี้มาลงสีดูจังเลย =w=
ว่าไปนั่น = ="
แล้วเจอกันใหม่เด้ออออออ ~





เรื่องนี้ผมก็ชอบนะ โดยเฉพาะเพลง เพราะมากเลย
#1 By 未来 深 遠 - - [M]irai_[F]uen~~```*( กรี๊ดด!!! 上総介さま ~~~!!! 愛死天流!!!!! ) on 2008-10-11 18:09